SS: Singing You Through

posted on 25 Feb 2010 11:39 by vlinder

Every single word here is a fictitious story.

And belong to Cubic School project by cocon.

All rights reserved.

©Kyril

 

 
สำหรับท่านที่ไม่ต้องการทราบเรื่องของ Maxwell
หรือพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของ Kyril
ขอให้ข้ามเนื้อหาส่วนนี้ไปได้ครับ
 
 
 
(เปิดไปอ่านไปจะดีมาก )
 
 
 
 
 
14th February 2010
 
 

ผมลืมตาขึ้นในช่วงเช้าของวันอาทิตย์ วันนี้ผมไม่ต้องไปโบสถ์

เหตุเพราะแขกที่รุดมาเยี่ยมโดยไม่ทันตั้งตัว

วันนี้เป็นวันของนักบุญวาเลนไทน์ วันที่่คนจำนวนมากถือว่าเป็นวันแห่งความรัก

และคนที่อุตส่าห์บินข้ามจากเวลามาตรฐานกรีนิชมาจนถึงบางกอก

แย่งกอดหมอนข้างของผมมาทั้งคืน นอนซุกอยู่บนที่นอนของผมไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไร

 

 Do you think I can’t see through to who you are?
All the life that shines below the pain; the scars
Did you think that you could hide the love you hold inside?
Just turn yourself to stone, and go through this alone?
I’ll be there

 

ผมขยับตัวลุกขึ้นเอนนั่งบนที่นอน

ผ้าปูสีขาวต้องแสงแดดที่ส่องทะลุม่านเข้ามาทำให้ไม่อยากออกไปไหน

หนังสือบนหัวเตียงถูกเปิดออกบนตักผม สวมแว่นและทำท่าคงแก่เรียนระหว่างอ่านมัน

 

ไม่มีสมาธิแม้แต่นิดเดียว เพราะเขานอนโดยที่ตาคู่นั้นมองผมอยู่

 

Like a bird singing to you, I’ll be there
Like a bird singing you through, I’ll be there
I’ll be there, holding the light for you
Making it right for you, singing you through

 

"Stop starring at me grinning, Max. It's kinda creepy." 

 เขาโต้ตอบผมด้วยการยิ้มกรุ้มกริ่ม

"Like I want to see your weird face in this very beginning of the day."

แต่เขาก็ยังคงยิ้มอยู่อย่างนั้น ไม่วางตา

 

"I'm so much happy, I just can't."

"Very well. I'm having shower."

 

ผมปิดหนังสือ เดินหนีความหน้ามึนเข้าห้องน้ำ

บีบยาสีฟันรสเกลือลงบนแปรงสีฟัน พลันภาพตัวเองในกระจกทำให้ต้องหยุดนิ่งดู

ผมจำไม่ได้ว่าบนแก้มตัวเองมีตัว M เขียนอยู่ตั้งแต่เมื่อไร

 

^#*$)#&*%#&*(@#@#__#฿&@*&#*@!!!!!!!!!!!!

 

Do you think that I don’t know how far you’ve come?
All the heights you’ve had to climb; the miles you ran
Did you think I’d let you down? Just turn this ship around
And leave you in the dust, but you must know, you must
I’ll be there

 

บ่ายวันนี้ผมก็ยังอยู่บ้าน สาเหตุเพราะมีแขกกะทันหัน

แถมยังมีตัวอักษรสีแดงแปร๊ดอยู่บนแก้มขวาอีกต่างหาก

 

"Don't be furious....at me."

ผู้ร้ายขอความเมตตา

แต่ผมไม่ตอบ

 

"You look a bit more like a rock star today, dear."

คุณแม่ผมก็เอากับเขาด้วย

แต่ผมไม่ตอบ

"Yeah, M for money, you know."

 กระทั่งพ่อก็เห็นผมเป็นตัวตลก เขาพูดไปขยี้หัวผมไป

"See, dears, I'm off with my boyfriend now. Stay and keep our home safe and clean!"

สามีภรรยาคู่นั้นมีลูกชายจะขึ้นม. 6 อยู่แล้ว แต่ยังทำตัวเหมือนเพิ่งเป็นแฟนกันไม่ถึงเดือน

แล้วก็ทิ้งผมอยู่บ้านไปเที่ยวกันสองคนเหมือนเคย แย่จริง ๆ

 

"Isn't this weird?"

"Huh?"

"Nothing."

 

 Like a bird singing to you, I’ll be there
Like a bird singing you through, I’ll be there
I’ll be there, holding the light for you
Making it right for you, singing you through

 

บ่ายสองครึ่ง และกาน้ำชาพร้อมขนมอบวางอยู่ข้างเก้าอี้นวม

ผมเปิดหน้าหนังสือที่อ่านค้างไว้ก่อนอาบน้ำตอนเช้า ยังไม่ทันจะได้เริ่มอ่านดี

 

"I loved you, Kyril."

 ผมอ่านหนังสือต่อไป ไม่ตอบอะไร

 

"ํYou are so mean."

ผมวางหนังสือลง หยิบ scone กับเนย แล้วหันไปรินชาลงถ้วย

"Want some?"

 

เขาเบือนหน้าหนี ทำท่าจะลุกเดินหนีไปทางอื่น

 

"Don't go."

 

ตาของเขามีสีฟ้าหมอง เหมือนกับสิ่งที่เขาคิดว่าชีวิตของเขาเป็น

และตอนนี้มันรื้นไปด้วยน้ำตา

 

"I know how you feel."

"But don't love me still." 

 

ผมถอนใจ ส่วนเขากำหมัดแน่น

 

"Max, apart from my father, you are my something."

"But don't love me still."

 

ราวกับความเข้มแข็งอดทนทั้งหมดของเขาพังทลายลงวันนี้

หรือเพียงเพราะมันเป็นวันที่ใคร ๆ ต่างก็ต้องการความรักมากเป็นพิเศษ

รวมถึงเขา ที่คิดว่าตนไม่เคยได้รับความรักจากใคร

สิ่งที่เขาคิดทำให้ตอนนี้เขาลุกขึ้นยืนหันหลังให้ผม มองไกลออกไป

 

"Don't turn around, Max."

"You, too! You never love me!"

 

"Max."

"I'll just love myself. I will never love anyone else!"

 

People think that they can heal without the touch
Learn to live without the love they need so much
But everybody hurts, and everybody cries
And everybody needs a helping hand sometimes
I’ll be there

 

"Why there is so much 'never' in your life?"

เขาไม่ตอบผมที่ตอนนี้ยืนประจันหน้า กลับหลบตา ก้มหน้านิ่ง

ปล่อยให้น้ำตาร่วงหล่นลงบนพรม

 

"Have I ever told you to leave?"

เขาไม่ตอบอะไร

 

"Have I ever thrown you away?"

เขาไม่ตอบอะไร

 

"Max. Our loves have certain different components. But you should have known..."

ผมไม่รู้จะทำอะไร หรือพูดอะไีรต่อไปดี

แต่เขาคว้าตัวผมเอาไว้แน่น น้ำตาที่เคยร่วงลงพรมตอนนี้หยดชุ่มอยู่บนหลังของผม

 

"I don't like it when you insist to carry things for me. I feel sick."

เขาหัวเราะหึหึ

 

"I don't like it when you treat me like a fragile wine glass."

ตอนนี้ผมเดาว่าเขายิ้มกริ่มอยู่

 

"Above all, I am a man."

คางที่วางบนไหล่ขวาของผมยกขึ้น เขาคลายวงแขนออก มองหน้าผม

 

"So don't think we would make it like..."

เขาเลิกมองหน้าผม แต่กอดแน่นขึ้น

 

"You'll live and die a virgin. I promise." 

"Yeah. And let go of me already!"

 

Like a bird singing to you, I’ll be there
Like a bird singing you through, I’ll be there
I’ll be there, holding the light for you
I’ll be there, making it right for you,
I’ll be there … singing you through

 

สิ่งที่ทำเขาเพื่อผมทั้งหมด นอกจากคนในครอบครัวก็ไม่มีอีกแล้ว

ดังนั้น

ผมจะไม่เหยียบย่ำความรู้สึกของเขา

เพียงเพราะแค่เขาเป็นผู้ชาย อย่างแน่นอน..

 

 

บทสรุปความสัมพันธ์ระหว่างเด็กคู่นี้!

คิดอยู่นานว่าจะจบแบบนี้ คนอื่นจะเข้าใจสิ่งที่ผมอยากบอกจริง ๆ ไหม..

ไม่อยากเขียนกระจ่างไปนัก จึงยังมีกำกวมบ้าง

สงสัยอะไรเชิญถามได้ครับ

Comment

Comment:

Tweet

หะ

#11 By [ i ]Rin on 2010-02-27 14:51

ฉันควรเอาดีทางสายวาย? embarrassed

#10 By KYRIL on 2010-02-27 07:36

แย๊กกกก

เลือดวายกำังพุ่งพลานนน

น่ารักเกินไปแล้วหละ ฮือๆ คู่นี้

งอนกันด้วย

#9 By [veho on 2010-02-26 23:05

open-mounthed smile Oki. Thanks.

#8 By KYRIL on 2010-02-26 20:56

"You'll live and die a virgin. I promise."

mmm...that's a little pity bro :p



by the way, I feel sorry for Max that have to cry on the CNY day...

*Have works to do so I don't wanna talk about the thing I get from this entry. But believe me that I got "sth"

#7 By ปันรัก on 2010-02-26 18:43

กรรม อย่าไปคิดถึงเรื่องจริงในชีวิตผมคับ มันไม่ลงเอยดีขนาดนี้ ๕๕๕๕

สำหรับคีริล แมกซ์เป็นสมาชิกในครอบครัวนั่นแหละครับ หมายถึงว่า จะอยากอยู่ด้วยกันไปจนกว่าใครจะตายจากกันไปสักคน

จะซื่อสัตย์ต่อกัน แต่ว่าโลกนี้จะไม่ใช่ของเราสองคน

มันก็เป็นรูปแบบความสัมพันธ์ที่อธิบายยากนะครับ
อยากให้คิดว่า เจ้าตัวคีริลตั้งมั่นว่าจะมอบความรักให้กับทุกสิ่งบนโลกมากที่สุดเท่าที่จะทำได้น่ะครับ

และแน่นอนว่า เขาจะมองเห็นคุณค่าของความรักและความรู้สึก ไม่ว่ามันจะเกิดขึ้นระหว่างใครกับใคร
และไม่ว่ามันจะข้ามพรมแดนของความเชื่อหรือสิ่งที่สั่งสมมาตั้งแต่อดีตกาลอย่างไร

คีริลอาจจะหลุดพ้นจากขอบเขตและความลำเอียงทั้งหมดที่มนุษย์จะมีได้ เป็นคน ๆ หนึ่งที่มองเห็นความสำคัญของสิ่งเล็กน้อย และเข้มแข็งพอจะก้าวข้ามสามัญสำนึกทั้งหมด

เป็นเด็กผู้ชายที่มีหัวใจยิ่งใหญ่พอจะมอบรักให้ทุกคนที่เห็นคุณค่าของความรู้สึกของเขา โดยไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องทางกายภาพ

เวอร์ไปมั้ย ๕๕๕๕

แต่ผมอยากให้มีเด็กอย่างนี้อยู่บนโลกใบนี้จริง ๆ นะครับ big smile

-------------
ขอบคุณ ผปค. ครูเอมมากนะครับ
ผมดีใจมากเลย อ่านคอมเมนท์แล้วรู้สึกตัวผมเองได้สื่อที่อยากจะเล่าทั้งหมดแล้วละครับ
เป็นกำลังใจอย่างดีเลยครับ surprised smile

#6 By KYRIL on 2010-02-26 01:29

อ่านแล้วต้องรีบควักยาดมมาสูด เพราะเกิดอาการน้ำตาลในเลือดพุ่งปรี๊ด ถึงในเรื่องจะไม่มีฉากหวิวสักกะนิด แต่สำนวนภาษาที่ใช้บรรยายอ่อนหวาน ละมุนละไมจนทำเอาใจสั่นไหว อร้ายยยย... รักคู่นี้จริงๆให้ตายเถอะ! รักแมกซ์ที่เอิ่ม... จะเรียกว่า... หน้าด้าน หน้าทนจะได้มั้ยนะ เรียกคะแนนความสงสารไปเต็มร้อยตอนออกอาการงอนตุ๊บป่อง น้ำตาร่วง โถ พ่อคุณ

ชอบคีคุงที่ยืนหยัดในจุดยืนของตนอย่างเข้มแข็ง ชัดเจน ดูเป็นผู้ใหญ่กว่าแมกซ์จมเลยค่ะในคราวนี้ ทั้งๆที่เป็นฝ่ายโดนไล่ต้อนมาตลอดแท้ๆ

ชอบบทสนทนาตอนใกล้ๆจะจบมากเลยค่ะ ถึงไม่ได้พูดออกมาว่ารู้สึกแบบไหน แต่ก็ไม่เคยออกปากไล่ให้ไปไกลๆ

มาหลุดหัวเราะเอาตอนที่แมกซ์สัญญาว่าจะให้คีคุงตายแบบยังเวอร์จิ้นอยู่นี่แหละ ไม่นึกว่าจะพูดตรงขนาดนี้ 555

ไม่แน่ใจว่าตัวเองเข้าใจถูกรึเปล่าเรื่องความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ แมกซ์น่ะแน่ล่ะว่ารักคีคุงฉันท์ชู้สาว (รึหนุ่ม?) แต่คีคุง... เอ่อ ไม่แน่ใจว่ารักแบบเดียวกัน แต่ไม่ทำเรื่องพรรค์อย่างว่า หรือรักเพราะแมกซ์เป็นคนสำคัญในชีวิตอีกคนกันแน่ แหะๆsad smile

ผปค.คีคุงกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ ทิ้งระเบิดตรู้มเดียว หัวใจสาววายอย่างอิชั้นพังราบเป็นหน้ากลอง... ยอมศิโรราบต่อความสามารถในการสั่นคลอนหัวใจคนอ่านจริงๆค่ะ (/ล่องลอย เคลิบเคลิ้ม มีความสุขไปอีกพักใหญ่ๆ)

ปล. เห็นตอนจบของเ้รื่องนี้แล้ว นึกถึงเอนทรีที่ติดฮอตโพสเอนทรีนั้นขึ้นมาทันทีเลยค่ะ ^ ^"

#5 By irindel on 2010-02-26 01:11

พลาดไม่เยอะหรอกครับ แบบนี้เรียกว่า ตัดจบ...

#4 By KYRIL on 2010-02-26 00:03

อู้ววววววววววววววววววววววววววส์! question

*เดี๊ยนพลาด"ติงส์"ไปเยอะเลยนะเคอะเดี๊ยนว่า~

#3 By *Patricia!! on 2010-02-25 20:03

จบปมเรื่องนี้ไป 5555 เรื่องอื่นว่ากันทีหลัง

#2 By KYRIL on 2010-02-25 16:26

จะ..จบแล้วเหรอคะ? มีต่อไหม!?
เปิดเพลงไปได้อารมณ์ตอนอ่านมากเลยค่ะ

#1 By [ i ]Rin on 2010-02-25 14:07