Side Story - Bipolar Disorder
posted on 13 May 2008 10:17 by vlinder in Extra
สวัสดีฮะ พบกันอีกแล้ว
ผมได้ยินคนอื่น ๆ พูดถึงเพื่อนของเราสองคนที่มีอาการของโรคประหลาด ๆ
ผมเองก็ไม่ค่อยเข้าใจ ว่ามันคืออะไร
แล้วเราควรจะปฏิบัติตัวอย่างไรกับเพื่อนที่มีความผิดปกติดังกล่าว
ด้วยความสงสัยใคร่รู้ และอาจเป็นประโยชน์กับเพื่อน ๆ ที่สนใจ
จึงไปรบกวนอาหมอโรงพยาบาลรามาธิบดี
ได้รับคำแนะนำให้ลองใช้เกณฑ์การวินิจฉัยดูว่าโรคที่ว่านี้มีอาการอย่างไร
คิดว่าพอจะเชื่อถือได้นะฮะ
ส่วนแนวทางการปฏิบัติตัวกับผู้มีความผิดปกตินั้น
เนื่องจากอาหมอมีงานมาก จึงไม่ได้แนะนำอะไร
ดังนั้น
เพื่อน ๆ ต้องใช้วิจารณญาณของตนเอง ในการคิดวิเคราะห์
และนำไปปรับใช้ เพื่อให้อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขนะฮะ
ไปดูกันเลยดีกว่า~
ที่มา: http://www.ramamental.com/dsm
เกณฑ์การวินิจฉัยโรคตามระบบ DSM-IV
โฮมเพจนี้ตัดตอนจาก หนังสือ เกณฑ์การวินิจฉัยโรคตามระบบ DSM-IV
โดย ผศ.นพ.ปราโมทย์ สุคนิชย์ และรศ.นพ.มาโนช หล่อตระกูล
ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
คำเตือน
เกณฑ์การวินิจฉัยดังกล่าว ใช้เพื่อช่วยให้ผู้ตรวจรักษาและผู้ค้นคว้าวิจัยมีความเห็นตรงกันมากขึ้น
ผู้ใช้ต้องผ่านการฝึกฝนโดยเฉพาะทางด้านคลินิก ทั้งในแง่ของความรู้ทางทฤษฎี
และทักษะทางการแพทย์์ เพื่อให้สามารถใช้เกณฑ์ดังกล่าวได้ถูกต้อง
จุดมุ่งหมายของ DSM-IV คือ
เพื่อบ่งบอกลักษณะที่ชัดเจนของการวินิจฉัยความผิดปกติกลุ่มต่างๆ
ซึ่งจะทำให้ทั้งผู้ตรวจรักษาและผู้ค้นคว้าวิจัยสามารถใช้เพื่อการวินิจฉัย ติดต่อสื่อสาร ศึกษา
และดูแลรักษาผู้ที่มีความผิดปกติทางจิตเวชต่างๆ ได้ พึงเข้าใจว่าการวินิจฉัยบางกลุ่มในนี้
เป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ในทางการแพทย์และทางการวิจัย
มิได้บ่งว่าภาวะเหล่านี้เข้าได้กับเกณฑ์กำหนดทางกฎหมายหรือด้านอื่นๆที่นอกเหนือจากทางการแพทย์
ในการที่จะบอกว่าผู้นั้นเจ็บป่วยทางจิตใจ เป็นโรคทางจิตเวช หรือมีความบกพร่องทางจิต
ความเห็นทางด้านการแพทย์และการศึกษาวิจัยซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดเอาภาวะเหล่านี้ทั้งหมดมารวมไว้ใน
ความผิดปกติทางจิตเวชอาจไม่ตรงกับความคิดเห็นทางด้านกฎหมายไปทุกเรื่อง
ตัวอย่างเช่น ในประเด็นของ การรับผิดชอบของบุคคล การทุพพลภาพ และการไร้ความสามารถ
Bipolar Disorder (โรคอารมณ์ 2 ขั้ว)
Bipolar I Disorder, Single Manic Episode
A. มี Manic Episode (ดูหน้า ppp) เพียงครั้งเดียว
และไม่เคยมีประวัติของ Major Depressive Episode
หมายเหตุ: recurrence หมายถึงมีการเปลี่ยนขั้วของโรคจาก depression
หรือมีช่วงที่ปราศจากอาการ mania อย่างน้อย 2 เดือน
B. ระยะอาการ mania ไม่เข้าได้ดีกว่ากับ Schizoaffective Disorder
และไม่เกิดขึ้นซ้อนบน Schizophrenia, Schizophreniform Disorder, Delusional Disorder
หรือ Psychotic Disorder Not Otherwise Specified
Bipolar I Disorder, Most Recent Episode Manic
A. ปัจจุบัน (หรือระยะหลังสุด) อยู่ใน Manic Episode (ดูหน้า ppp)
B. อย่างน้อยเคยมี Major Depressive Episode (ดูหน้า ppp), Manic Episode (ดูหน้า ppp),
หรือ Mixed Episode (ดูหน้า ppp) มาก่อนหนึ่งครั้ง
C. ระยะมีอาการด้านอารมณ์ในเกณฑ์ข้อ A และ B ไม่เข้าได้ดีกว่ากับ Schizoaffective Disorder
และไม่เกิดขึ้นซ้อนบน Schizophrenia, Schizophreniform Disorder, Delusional Disorder,
หรือ Psychotic Disorder Not Otherwise Specified
Bipolar I Disorder, Most Recent Episode
Hypomanic
A. ปัจจุบัน (หรือระยะหลังสุด) อยู่ใน Hypomanic Episode (ดูหน้า ppp)
B. อย่างน้อยเคยมี Manic Episode (ดูหน้า ppp) หรือ Mixed Episode (ดูหน้า ppp) มาก่อนหนึ่งครั้ง
C. อาการเหล่านี้ก่อให้ผู้ป่วยมีความทุกข์ทรมานอย่างมีความสำคัญทางการแพทย์
หรือกิจกรรมด้านสังคม การงาน หรือด้านอื่นๆ ที่สำคัญ บกพร่องลง
D. ระยะมีอาการด้านอารมณ์ในเกณฑ์ข้อ A และ B ไม่เข้าได้ดีกว่ากับ Schizoaffective Disorder
และไม่เกิดขึ้นซ้อนบน Schizophrenia, Schizophreniform Disorder, Delusional Disorder,
หรือ Psychotic Disorder Not Otherwise Specified
Bipolar I Disorder, Most Recent Episode
Depressed
A. ปัจจุบัน (หรือระยะหลังสุด) อยู่ใน Major Depressive Episode (ดูหน้า ppp)
B. อย่างน้อยเคยมี Manic Episode (ดูหน้า ppp), หรือ Mixed Episode (ดูหน้า ppp) มาก่อนหนึ่งครั้ง
C. ระยะมีอาการด้านอารมณ์ในเกณฑ์ข้อ A และ B ไม่เข้าได้ดีกว่ากับ Schizoaffective Disorder
และไม่เกิดขึ้นซ้อนบน Schizophrenia, Schizophreniform Disorder, Delusional Disorder,
หรือ Psychotic Disorder Not Otherwise Specified
Bipolar II Disorder (Recurrent Major
Depressive Episodes With Hypomanic Episodes)
A. มีอาการ (หรือประวัติ) ของ Major Depressive Episode (ดูหน้า ppp) หนึ่งครั้งหรือมากกว่า
B. มีอาการ (หรือประวัติ) ของ Hypomanic Episode (ดูหน้า ppp) อย่างน้อยหนึ่งครั้ง
C. ไม่เคยมี Manic Episode (ดูหน้า ppp), หรือ Mixed Episode (ดูหน้า ppp)
D. ระยะมีอาการด้านอารมณ์ในเกณฑ์ข้อ A และ B ไม่เข้าได้ดีกว่ากับ Schizoaffective Disorder
และไม่เกิดขึ้นซ้อนบน Schizophrenia, Schizophreniform Disorder, Delusional Disorder,
หรือ Psychotic Disorder Not Otherwise Specified
E. อาการเหล่านี้ก่อให้ผู้ป่วยมีความทุกข์ทรมานอย่างมีความสำคัญทางการแพทย์
หรือกิจกรรมด้านสังคม การงาน หรือด้านอื่นๆ ที่สำคัญ บกพร่องลง
Manic Episode
A. มีช่วงที่มีอารมณ์คึกคัก แสดงความรู้สึกโดยไม่รั้ง
หรืออารมณ์หงุดหงิดที่ผิดปกติิและคงอยู่ตลอดอย่างชัดเจนนานอย่างน้อย 1 สัปดาห์
(หรือนานเท่าใดก็ได้หากต้องอยู่ในโรงพยาบาล)
B. ในช่วงที่มีความผิดปกติด้านอารมณ์นี้ พบมีอาการดังต่อไปนี้อยู่ตลอด อย่างน้อย 3 อาการ
(หรือสี่อาการหากมีเพียงอารมณ์หงุดหงิด) และอาการเหล่านี้รุนแรงอย่างมีความสำคัญ
(1) มี self-esteem เพิ่มขึ้นมาก หรือมีความคิดว่าตนยิ่งใหญ่ (grandiosity)
(2) ความต้องการนอนลดลง (เช่น ได้นอนแค่ 3 ชั่วโมงก็รู้สึกว่าเพียงพอแล้ว)
(3) พูดคุยมากกว่าปกติ หรือต้องการพูดอย่างไม่หยุด
(4) flight of idea, หรือผู้ป่วยรู้สึกว่าความคิดแล่นเร็ว
(5) วอกแวก (distractibility) (ได้แก่ ถูกดึงความสนใจได้ง่าย แม้สิ่งเร้าภายนอกจะไม่สำคัญ
หรือไม่เกี่ยวเนื่องกับสิ่งที่สนใจอยู่ในขณะนั้น)
(6) มีกิจกรรมซึ่งมีจุดหมาย เพิ่มขึ้นมาก (ไม่ว่าจะเป็นด้านสังคม การงานหรือการเรียน หรือด้านเพศ)
หรือ psychomotor agitation
(7) หมกมุ่นอย่างมากกับกิจกรรมที่ทำให้เพลิดเพลินแต่มีโอกาสสูงที่จะก่อให้เกิดความยุ่งยากติดตามมา
(เช่น ใช้จ่ายอย่างไม่ยับยั้ง ไม่ยับยั้งใจเรื่องเพศ หรือลงทุนทำธุรกิจอย่างโง่เขลา)
C. อาการไม่เข้ากับเกณฑ์การวินิจฉัย Mixed Episode (ดูหน้า ppp)
D. ความผิดปกติด้านอารมณ์ที่เกิดขึ้นรุนแรงจนทำให้มีความบกพร่องอย่างมากในด้านการงาน
หรือกิจกรรมทางสังคมตามปกติ หรือสัมพันธภาพกับผู้อื่น
หรือทำให้ต้องอยู่ในโรงพยาบาลเพื่อป้องกันอันตรายต่อตนเองหรือผู้อื่น หรือมีอาการโรคจิต
E. อาการมิได้เป็นจากผลโดยตรงด้านสรีรวิทยาจากสาร (เช่น สารเสพติด ยา หรือการรักษาอื่น)
หรือจากภาวะความเจ็บป่วยทางกาย (เช่น hyperthyroidism)
หมายเหตุ: ระยะอาการคล้าย mania ที่เห็นชัดว่าเป็นจากการรักษาทางกายภาพของภาวะซึมเศร้า
(เช่น การใช้ยา การรักษาด้วยไฟฟ้า การรักษาด้วยแสงสว่าง)
ไม่ควรรวมอยู่ในการวินิจฉัยของ Bipolar I Disorder
Hypomanic Episode
A. มีช่วงที่มีอารมณ์คึกคัก แสดงความรู้สึกโดยไม่รั้ง
หรืออารมณ์หงุดหงิดที่ผิดปกติและคงอยู่ตลอดอย่างชัดเจนนานอย่างน้อย 4 วัน
โดยเห็นชัดว่าต่างจากช่วงอารมณ์ปกติที่ไม่ซึมเศร้า
B. ในช่วงที่มีความผิดปกติด้านอารมณ์นี้ พบมีอาการดังต่อไปนี้อยู่ตลอด อย่างน้อย 3 อาการ
(หรือสี่อาการหากมีเพียงอารมณ์หงุดหงิด) และอาการเหล่านี้รุนแรงอย่างมีความสำคัญ
(1) มี self-esteem เพิ่มขึ้นมาก หรือมีความคิดว่าตนยิ่งใหญ่ (grandiosity)
(2) ความต้องการนอนลดลง (เช่น ได้นอนแค่ 3 ชั่วโมงก็รู้สึกว่าเพียงพอแล้ว)
(3) พูดคุยมากกว่าปกติ หรือต้องการพูดอย่างไม่หยุด
(4) flight of idea, หรือผู้ป่วยรู้สึกว่าความคิดแล่นเร็ว
(5) วอกแวก (distractibility) (ได้แก่ ถูกดึงความสนใจได้ง่าย แม้สิ่งเร้าภายนอกจะไม่สำคัญ
หรือไม่เกี่ยวเนื่องกับสิ่งที่สนใจอยู่ในขณะนั้น)
(6) มีกิจกรรมซึ่งมีจุดหมาย เพิ่มขึ้นมาก (ไม่ว่าจะเป็นด้านสังคม การงานหรือการเรียน หรือด้านเพศ)
หรือ psychomotor agitation
(7) หมกมุ่นอย่างมากกับกิจกรรมที่ทำให้เพลิดเพลิน แต่มีโอกาสสูงที่จะก่อให้เกิดความยุ่งยากติดตามมา
(เช่น ใช้จ่ายไม่ยั้ง ไม่ยับยั้งใจเรื่องเพศ หรือลงทุนทำธุรกิจอย่างโง่เขลา)
C. ระยะที่มีอาการมีความสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงในด้านต่าง ๆ
ซึ่งมิใช่ลักษณะประจำของบุคคลนั้นขณะไม่มีอาการอย่างเห็นได้ชัด
D. ผู้อื่นสังเกตเห็นความผิดปกติด้านอารมณ์และการเปลี่ยนแปลงในด้านต่าง ๆ นี้
E. ระยะที่มีอาการไม่รุนแรงถึงกับทำให้กิจกรรมด้านสังคม หรือการงานบกพร่องลงมาก
หรือทำให้ต้องอยู่โรงพยาบาล และไม่มีอาการโรคจิต
F. อาการมิได้เป็นจากผลโดยตรงด้านสรีรวิทยาจากสาร (เช่น สารเสพติด ยา หรือการรักษาอื่น)
หรือจากภาวะความเจ็บป่วยทางกาย (เช่น hyperthyroidism)
หมายเหตุ: ระยะอาการคล้าย hypomania ที่เห็นชัดว่าเป็นจากการรักษาทางกายภาพของภาวะซึมเศร้า
(เช่น การใช้ยา การรักษาด้วยไฟฟ้า การรักษาด้วยแสงสว่าง)
ไม่ควรรวมอยู่ในการวินิจฉัยของ Bipolar II Disorder
Major Depressive Episode
A. มีอาการดังต่อไปนี้ห้าอาการ (หรือมากกว่า) ร่วมกันอยู่นาน 2 สัปดาห์
และแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงในด้านต่าง ๆ ไปจากแต่ก่อน:
โดยมีอาการอย่างน้อยหนึ่งข้อของ (1) อารมณ์ซึมเศร้า (2) เบื่อหน่าย ไม่มีความสุข
หมายเหตุ: ไม่รวมอาการที่เห็นชัดว่าเป็นจากภาวะความเจ็บป่วยทางกาย หรือ mood-incongruent delusions หรือ hallucination
(1) มีอารมณ์ซึมเศร้าเป็นส่วนใหญ่ของวัน แทบทุกวัน โดยได้ไม่จากการบอกเล่าของผู้ป่วย
(เช่น รู้สึกเศร้า หรือว่างเปล่า) ก็จากการสังเกตของผู้อื่น (เช่น เห็นว่าร้องให้)
หมายเหตุ:ในเด็กและวัยรุ่นสามารถเป็นอารมณ์หงุดหงิด
(2) ความสนใจหรือความสุขใจในกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งหมดหรือแทบทั้งหมดลดลงอย่างมาก
เป็นส่วนใหญ่ของวัน แทบทุกวัน (โดยได้ไม่จากการบอกเล่าของผู้ป่วย ก็จากการสังเกตของผู้อื่น)
(3) น้ำหนักลดลงโดยมิได้เป็นจากการคุมอาหาร หรือเพิ่มขึ้นอย่างมีความสำคัญ
(ได้แก่น้ำหนักเปลี่ยนแปลงมากกว่าร้อยละ
5 ต่อเดือน) หรือมีการเบื่ออาหารหรือเจริญอาหารแทบทุกวัน
หมายเหตุ: ในเด็ก ดูว่าน้ำหนักไม่เพิ่มขึ้นตามที่ควรจะเป็น
(4) นอนไม่หลับ หรือหลับมากไปแทบทุกวัน
(5) psychomotor agitation หรือ retardation แทบทุกวัน
(จากการสังเกตของผู้อื่น มิใช่เพียงจากความรู้สึกของผู้ป่วยว่ากระวนกระวายหรือช้าลง)
(6) อ่อนเพลีย หรือไร้เรี่ยวแรงแทบทุกวัน
(7) รู้สึกตนเองไร้ค่า หรือรู้สึกผิดอย่างไม่เหมาะสมหรือมากเกินควร (อาจถึงขั้นหลงผิด) แทบทุกวัน
(มิใช่เพียงแค่การโทษตนเองหรือรู้สึกผิดที่ป่วย)
(8) สมาธิหรือความสามารถในการคิดอ่านลดลง หรือตัดสินใจอะไรไม่ได้ แทบทุกวัน
(โดยได้ไม่จากการบอกเล่าของผู้ป่วย ก็จากการสังเกตของผู้อื่น)
(9) คิดถึงเรื่องการตายอยู่เรื่อย ๆ (มิใช่แค่กลัวว่าจะตาย) คิดอยากตายอยู่เรื่อย ๆ
โดยมิได้วางแผนแน่นอน หรือพยายามฆ่าตัวตายหรือมีแผนในการฆ่าตัวตายไว้แน่นอน
B. อาการเหล่านี้มิได้เข้ากับเกณฑ์ของ Mixed Episode
C. อาการเหล่านี้ก่อให้ผู้ป่วยมีความทุกข์ทรมานอย่างมีความสำคัญทางการแพทย์
หรือกิจกรรมด้านสังคม การงาน หรือด้านอื่นๆ ที่สำคัญ บกพร่องลง
D. อาการมิได้เป็นจากผลโดยตรงด้านสรีรวิทยาจากสาร (เช่น สารเสพติด ยา)
หรือจากภาวะความเจ็บป่วยทางกาย (เช่น hypothyroidism)
E. อาการไม่ได้เข้ากับ Bereavement ได้ดีกว่า ได้แก่
มีอาการคงอยู่นานกว่า 2 เดือนหลังการสูญเสียผู้ที่ตนรัก หรือมีหน้าที่บกพร่องลงมาก
หมกมุ่นกับความคิดว่าตนไร้ค่าอย่างผิดปกติ มีความคิดฆ่าตัวตาย
มีอาการโรคจิต หรือ psychomotor retardation














ถ้าผิดบอกที55+อ่านไม่ค่อยรู้เรื่องอะ5+
#1 By [veho on 2008-05-13 11:47